โคโรน่าไวรัส

เรียนรู้โคโรน่าไวรัสสู่การสร้างอุปนิสัยทางสุขภาพที่ดีให้กับนักเรียน

นับวันเป็นเรื่องตื่นเต้นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพ คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนเรา จะมีเข้ามาเป็นกระแสสังคมในอัตราที่ถี่ขึ้นทุกที  ไม่ว่าจะเป็น ความปลอดภัย อันตรายจากภัยธรรมชาติ ปัญหาฝุ่นละออง และล่าสุด ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก เกี่ยวกับการระบาดของโคโรน่าไวรัส ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน

 

         โคโรน่าไวรัส หรือ coronavirus (CoV) คือเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบติดเชื้อ รวมไปทั้งโรคปอดอักเสบรุนแรง พบได้ทั้งในสัตว์และในคน  โดยโคโรน่าไวรัสนี้มีด้วยกันอยู่หลายสายพันธุ์ และมีถึง 6 สายพันธุ์ (ยังไม่รวมสายพันธุ์ที่พบใหม่) ที่สามารถติดเชื้อในคน ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นมีรูปแบบที่ก่อให้เกิดความรุนแรงแตกต่างกัน โดยสายพันธุ์ที่เคยระบาดรุนแรงและเป็นข่าวดังไปทั่วโลกนั่น ได้แก่

                  - ไวรัสซาร์ส (SARS-CoV) ที่เคยระบาดในปี 2002  มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกถึงกว่า 600 คน

                  - ไวรัสเมอร์ส (MERS-CoV) ในปี 2012 มีผู้เสียชีวิตเกือบ 900 คน

 

         ส่วนโคโรน่าไวรัส ที่กำลังระบาดอยู่ในช่วง (ตั้งแต่ปลายปี คศ. 2019-2020) นี้ เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่แม้จะมีการคาดการณ์กันว่าจะไม่ก่อความรุนแรงเท่ากับสายพันธุ์ก่อน ๆ แต่ก็มีสิทธิที่เชื้อไวรัสจะพัฒนาตัวเองจนก่อให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกจึงต้องตื่นตัวและเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิด มีการคาดการณ์กันว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ มีศูนย์กลางการระบาดอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization--WHO) ได้ระบุว่าการระบาดของเชื้อไวรัสนี้น่าจะมีที่มาจากสัตว์ จึงเชื่อกันว่า ต้นตอของไวรัสนั้น น่าจะมาจากตลาดขายอาหารทะเลและสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่นที่มีการปนเปื้อนสัตว์ติดเชื้อ จากนั้นจึงได้เกิดการแพร่ระบาดขยายตัวไปยังเมืองต่าง ๆ ของประเทศจีน รวมถึงในต่างประเทศ โดยผ่านการเดินทางของผู้ติดเชื้อที่หลุดลอดจากการคัดกรองในพื้นที่
 

         ปัจจุบันมีผู้ป่วยจากเชื้อโคโรน่าไวรัสในประเทศจีนที่เสียชีวิตแล้วถึง 132 ราย และมียอดผู้ป่วยสูงถึง 5974 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2020) ส่วนในประเทศไทยมีการพบผู้ติดเชื้อแล้วถึง 14 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2020) โดยเป็นชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น 13 ราย และเป็นผู้หญิงไทยที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่นอีก 1 ราย โดยทั้งหมดนี้ได้รักษาหายและกลับบ้านแล้วจำนวน 6 ราย และยังไม่มีรายงานว่ามีการติดเชื้อโคโรน่าไวรัสในประเทศ ซึ่งกรมควบคุมโรคกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด
 

         โคโรน่าไวรัสนั้น สามารถติดต่อได้ผ่าน “คนสู่คน” โดยสามาถติดต่อกันได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็น การสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย ทางเยื่อบุทางเดินหายใจ ตา จมูก ปาก ซึ่งเชื้อโคโรน่าไวรัสนั้นสามารถลอยอยู่ได้ในอากาศ ทำให้ การไอ จาม หรือแม้แต่หายใจ ก็สามารถทำให้เรา ติดเชื้อไวรัสนี้ได้
 

         จากข้อมูลที่กรมควบคุมโรคเทียบเคียงกับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ดั้งเดิม เบื้องต้นประเมินว่าเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้ มีระยะฟักตัวสั้น คือตั้งแต่ 2-14 วัน ดังนั้นผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง จึงต้องถูกกักตัว อย่างน้อย 14 วันเพื่อตรวจเช็กร่างกายว่าป่วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนทั่วไปน่าจะแสดงอาการภายใน 1 สัปดาห์ แต่จะมีบางกรณีที่แสดงอาการเร็วกว่าหรือช้ากว่านั้น จึงตั้งกรอบเวลาไว้ที่ 14 วัน เพื่อสังเกตอาการ

สำหรับอาการของผู้ป่วยจากเชื้อ โคโรน่าไวรัส จะมีอาการสำคัญ 3 ประการ คือ มีไข้ ไอและหายใจเหนื่อยหอบ โดยสาเหตุที่เชื้อไวรัสชนิดนี้ถูกเรียกว่าโคโรน่า เป็นเพราะเมื่อส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแล้ว จะพบว่าเชื้อชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นวงกลม และมีขนยื่นออกมาจากรอบตัวเชื้อ นอกจากนี้ ด้วยความที่โคโรน่าไวรัสเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง จึงไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อได้เฉกเช่นเดียวกับโรคที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้การรักษาจึงจำเป็นต้องรักษาตามอาการและใช้เวลาพอสมควร
 

สำหรับแนวทางป้องกันและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากโคโรน่าไวรัสนั้น สามารถดำเนินการได้ดังนี้

         - หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก
         - หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง
         - สวมหน้ากากอนามัยเสมอ เมื่อต้องเดินทางในที่สาธารณะ
         - หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ปลุกสุก
         - ไม่ใช้ของส่วนตัว เช่น ผ้าขนหนู แปรงสีฟัน ช้อนส้อม ร่วมกับผู้อื่น
         - หลังจากทำกิจวัตรต่าง ๆ ควรล้างมืออย่างสม่ำเสมอ
         - ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย
         - เมื่อพบว่าตัวเองมีไข้ และมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกับกลุ่มที่มีโอกาสไปในพื้นที่เสี่ยง หรือสัมผัสกับบุคคลกลุ่มเสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยใด้ทันท่วงที


         สำหรับครูผู้สอน ตอนนี้การระบาดของโรค นับเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้เกิดการระบาดในประเทศไทย แต่เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงอาจมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยค่อนข้างมาก ซึ่งมีผู้สัมพัสเชื้อร่วมอยู่ด้วย ดังนั้นครูผู้สอนจึงควรให้ความรู้และความเข้าใจกับนักเรียน เพื่อให้พวกเขามีความเข้าใจในเชื้อไวรัสตัวนี้อย่างเหมาะสม
 

         นอกจากนี้ ครูผู้สอนควรปลูกฝังอุปนิสัยในการดูแลสุขภาพให้กับนักเรียนใน 5 เรื่อง เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีอุปนิสัยในการรักษาสุขภาพที่ดี ซึ่งอุปนิสัยทั้ง 5 เรื่องนี้ นอกจากจะช่วยป้องกันโรคจากไวรัสชนิดนี้แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย
 

ใช้หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อเดินทางในที่สาธารณะ

หน้ากากอนามัยนอกจากจะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโดยผู้ป่วยแล้ว ยังช่วยป้องกันบุคคลทั่วไป จากเชื้อในอากาศได้อีกด้วย ซึ่งควรใส่หน้ากากอนามัยในการเดินทางเป็นประจำ

ล้างมือหลังทำกิจกรรมต่าง ๆ

การล้างมือเป็นอุปนิสัยพื้นฐานในการป้องกันโรคที่ควรทำอยู่เป็นนิจ เพราะส่วนใหญ่เราใช้มือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้มือเราเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และถ้าเราใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงหยิบอาหารเข้าปาก ก็ทำให้เชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ

อาหารสุกช่วยลดอัตราการเกิดโรคที่มาจากเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อย่างมาก และความร้อนจากการประกอบอาหารก็ช่วยฆ่าเชื้อโรค รวมถึงพยาธิบางชนิดได้ ซึ่งทำให้อาหารปลอดภัยและสะอาด

ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน

การใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อมส้อม หรือแม้แต่อุปกรณ์อาบน้ำที่ต้องสัมผัสร่างกายร่วมกัน คือ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการติดต่อและแพร่กระจายของเชื้อโรค เพราะการกระทำเช่นนี้ทำให้เกิดการสัมผัสสารคัดหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำมูก เหงื่อ หรือ น้ำลาย ระหว่างกัน ซึ่งทำให้เกิดการติดต่อได้

พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายเป็นประจำ

การพักผ่อนอย่างเพียงพอและการออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งเป็นปราการหลักในการป้องกันโรคต่างที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ การขาดการพักผ่อนและการไม่ออกกำลังกายจะส่วนผลให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และทำให้ป่วยจากเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย
 

         จากสถานการณ์โคโรน่าไวรัสระบาด ทำให้เราสามารถสร้างองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพให้กับนักเรียนได้ และแม้ว่าในอนาคต สถานการณ์ของโคโรน่าไวรัสจะทวีความรุนแรงมากขึ้นหรืออาจจะลดทอนความรุนแรงลง องค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพนี้ ก็นับเป็นมาตรการพื้นฐานที่ช่วยให้นักเรียนห่างไกลจากโรคภัยต่าง ๆ ได้ ทั้งโรคที่มีอยู่เดิม รวมถึงโรคภัยใหม่ ๆ ที่อาจจะเข้ามาทำอันตรายเราในอนาคต

 

เรียบเรียงโดย : นรรัชต์  ฝันเชียร

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Visitors: 72,627